ถือเป็นแหล่งเรียนรู้และสร้างอาชีพที่ยั่งยืนให้กับราษฎรที่สำคัญ โดยมุ่งฝึกอาชีพงานศิลปหัตถกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์จากเส้นใยพืช การแกะสลัก การจักสาน การทำตุ๊กตา การทำดอกไม้ประดิษฐ์ การทำเครื่องเรือน การทอผ้า ผลิตภัณฑ์จากผ้า การย้อมสี ช่างเชื่อม และเครื่องเคลือบดินเผา ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะส่งไปจำหน่ายที่ร้านจิตรลดาแต่ละสาขาทั่วประเทศ
          ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร (Bang Sai Arts and Crafts Centre) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตอำเภอบางไทร สร้างขึ้นจากแนวพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งมีพระราชประสงค์จะส่งเสริมและสร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนแก่ราษฎร โดยทรงสนพระทัยในงานหัตถกรรมพื้นบ้านจากวัสดุในท้องถิ่น ซึ่งทำให้ผลงานมีความแตกต่างกันออกไปอย่างมี
          เอกลักษณ์ด้วย จึงทรงจัดครูไปฝึกสอน และพัฒนาคุณภาพของผลงานให้ดีขึ้น ซึ่งในที่สุดก็ได้กลายมาเป็นศูนย์ศิลปาชีพบางไทร (Bang Sai Royal Folk art) ที่ยิ่งใหญ่และเป็นที่ยอมรับไปทั่ว ทั้งในระดับประเทศและระดับสากลดังเช่นทุกวันนี้ สถานที่ที่น่าสนใจภายในศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ศาลามิ่งขวัญ อาคารทรงไทยประยุกต์จตุรมุขสูง 4 ชั้น เป็นศูนย์สาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของศูนย์ศิลปาชีพบางไทร (Thailand Art and Crafts) และศูนย์ศิลปาชีพจากทั่วประเทศ พร้อมจัดนิทรรศการผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพชิ้นเด่น ๆ มากมายให้ได้ทึ่งกับคุณภาพงานฝีมือของคนไทย หมู่บ้านศิลปาชีพ จำลองวิถีชีวิต การสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัย และศิลปวัฒนธรรมไทยทั่วประเทศให้ได้ชมกัน ซึ่งจะมีการแสดงนาฏศิลป์และการละเล่นพื้นบ้านที่อาจจะหาชมได้ยาก แต่รวบรวมมาไว้ให้ได้ชมกันที่นี่ในวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันละหนึ่งรอบเท่านั้น ระหว่างเวลา 16.30-17.30 น. อาคารฝึกอบรมศิลปาชีพ แบ่งแยกออกเป็น 30 แผนก อย่างเช่น แผนกทอผ้าไหม แผนกทอผ้าตีนจก แผนกช่างไม้เครื่องเรือน แผนกวาดภาพสีน้ำมัน

แผนกช่างเขียนภาพลายไทย แผนกเป่าแก้ว แผนกตัดเย็บเสื้อผ้า แผนกช่างศิลปประดิษฐ์ แผนกประดิษหัวโขน แผนกสานผักตบชวา แผนกเครื่องหนัง แผนกเซรามิก เป็นต้น ใครอยากจะเรียนรู้งานฝีมือประเภทใด รับรองว่าที่นี่จัดเตรียมไว้ให้ชมทุกแบบและทุกขั้นตอน ซึ่งจะได้เห็นความอุตสาหะของช่างฝีมือที่ทำงานอย่างอดทนและประณีตอย่างน่าทึ่ง สวนนก มีกรงนกขนาดใหญ่ 2 กรง ภายในกรงจัดสภาพแวดล้อมคล้ายป่า มีต้นไม้ ลำธาร สำหรับนกนั้นมีนกหายากกว่า 100 ชนิด เช่น นกชาปีไหน นกกาฮัง นกเงือก นกสาลิกาเขียว นกยูงไทย เป็นต้น วังปลา มีตู้แสดงพันธุ์ปลา 2 ตู้ จัดแสดงปลาน้ำจืดหลากหลายชนิด ทั้งปลาที่ใกล้สูญพันธุ์ และปลาที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น ปลาตะเพียนทอง ปลาเสือพ่นน้ำ กระเบนราหู ปลาบึก เป็นต้น ภายในอาคารยังมีภาพเขียนปลาไทยพร้อมคำบรรยาย เปิดให้เข้าชมวันอังคาร-ศุกร์ เวลา 08.30-16.30 น. วันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.30-17.00 น. นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการรถไฟเล็ก ได้โดยไม่เสียค่าบริการ สอบถามรายละเอียดที่ประชาสัมพันธ์ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร โทร. 0 3536 6252-4, 0 3528 3246-9

          หนึ่งในโครงการพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นอกจากเป็นโครงการเพื่อสนองพระราชดำริแล้ว ยังเป็นโครงการเพื่อศึกษาวิจัย ทดลองหาวิธีการให้คนอยู่คู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน ตลอดจนเพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนดแนวทางการดำเนินการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืนต่อไป
          นอกจากนี้กรมส่งเสริมการเกษตรยังได้มอบหมายให้ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงของจังหวัดเชียงใหม่ รับสนองพระราชดำริดำเนินการส่งเสริมการปลูกผลไม้หลังบ้าน เพื่อเป็นการส่งเสริมการปลูกไม้ผลที่สามารถเจริญเติบโตภายใต้ร่มเงาของป่าไม้ได้ อาทิ กาแฟ ชาเมี่ยง  เป็นต้น มีการส่งเสริมการปลูกพืชผักสวนครัวตามหลัก เศรษฐกิจพอเพียง อีกทั้งยังมีการสาธิตการปลูกผักเพื่อเป็นอาหารชุมชนโดยเน้นการพึ่งพาตนเอง และเสริมสร้างชุมชนให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน

          สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงมีพระราชเสาวนีย์ เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2555 ณ พระตำหนักจิตรลดา ความโดยสรุปว่า “...ช้างเป็นสัตว์ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงรัก ทรงห่วงใย โดยเฉพาะช้างทางกุยบุรีและแก่งกระจาน ทรงห่วงใยมาตลอด ทรงช่วยหาที่อยู่ที่กินให้ช้าง จะได้ไม่รบกวนคน คนกับช้างจะได้มีปัญหากันน้อยที่สุดเช่น ที่กุยบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ช้างมีความสำคัญมาแต่ครั้งประวัติศาสตร์ เคยช่วยรักษาบ้านเมืองกู้บ้านกู้เมือง ดังนั้น ขอให้ช่วยกันดูแล มิให้ช้างถูกฆ่าอย่างทารุณเยี่ยงนี้ เพื่อจะได้ไม่ผิดพระราชประสงค์ ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงตั้งพระราชหฤทัย ที่จะให้มีการอนุรักษ์ช้างให้เป็นสัตว์คู่แผ่นดินสืบไป...”
          สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงมีพระราชเสาวนีย์ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2555 ณ พระตำหนักจิตรลดา ความโดยสรุปว่า “...ขอให้ร่วมมือกับแม่ทัพภาคที่ 1 และ ดร.ธวัชชัย สันติสุข ดำเนินการเรื่องการปลูกพืชอาหารช้าง การปลูกต้นไม้ให้เป็นป่า มีที่อยู่ที่กินของช้างที่แก่งกระจาน เช่นเดียวกับที่กุยบุรี...” เป็นการเพิ่มแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร และที่อยู่อาศัยของช้างป่า รวมทั้งสัตว์ป่าอื่นๆ ช่วยลดปัญหาช้างป่าออกจากป่ามากินพืชผลการเกษตรของราษฎรราษฎรได้มีส่วนร่วมในการดำเนินงาน เกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์ช้างป่าและสัตว์ป่า ตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ ลดการกระทบกระทั่งระหว่างคนกับช้างป่า